Bar

The 9 Best Places For Live Jazz In Bangkok/ แนะนำ 9 ร้านน่านั่งในกรุงเทพเพื่อฟังดนตรีแจ๊สสด

Posted on 23 Aug, 2019

The WoodShed (BTS Phrom Phong)

Head down Sukhumvit Soi 31 to HARVEST Restaurant and walk on through the restaurant, into this magical little box called the WoodShed. I must immediately highlight that the acoustic quality there is one of the best around town for live Jazz! To musicians, a “woodshed” is that mystical place from a time before recording studios, a place where a musician locks himself into to practice his instrument. It represents the hundreds of hours a musician dedicates to his music, often without appreciation or applause.

หากคุณเดินเข้าซอยสุขุมวิท 31 จะเจอร้านอาหาร HARVEST ซึ่งเมื่อเดินเข้าไปแล้ว จะเจอโซนมหัศจรรย์ เป็นกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า “The WoodShed” The WoodShed เป็นบาร์ดนตรีสด ที่มีสภาพแวดล้อมและระดับอคูสติกที่เหมาะแก่การแสดงดนตรีแจ๊สเป็นอย่างยิ่ง โดยที่มาของชื่อ The WoodShed นั้น อาจมาจากชื่อเรียกโรงไม้เก่าหลังบ้านที่นักดนตรีสมัยก่อนนิยมขังตัวเองไว้ที่นั่นเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อซ้อมดนตรีนั่นเอง

This woodshed in Bangkok’s busy Phrom Phong is a Jazz club, a real one, where you will probably meet the owners, siblings Tim and Belle. Also known as a fine “craft” spirit & cocktail bar with a definite focus on creativity, details, and attention, the Woodshed is where you go if you’re searching for excellent live Jazz to accompany a beautiful drink. Onto the ambiance, the atmosphere is cozy and the decor is artistically rustic, something I personally enjoy. Oftentimes, the WoodShed is filled with beautiful people just like you, so listen up! 

แต่รู้หรือไม่ว่า โรงไม้เก่าหลังนี้ เป็นแจ๊สบาร์ที่จำหน่าย Craft Spirits และ Cocktail ที่คัดสรรจากส่วนผสมเกรดพรีเมียมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากการคิดค้นของสองพี่น้อง คุณทิม บัญชา วิจิตรรัตนกิจ และ คุณเบลล์ ณัฐวดี วิจิตรรัตนกิจ โดยพวกเขา และพนักงานทุกคนนั้น ใส่รายละเอียด ความพิถีพิถัน และความสร้างสรรค์ในเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อความประทับใจของแขกทุกคนที่ก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้ ภายในร้านจะตกแต่งแบบ Rustic แนวธรรมชาติ บรรยากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับการฟังเพลงแจ๊สคุณภาพเยี่ยม จึงไม่แปลกใจเลยที่ The WoodShed มักจะเต็มไปด้วยเหล่าคนสวยคนหล่อมีสไตล์ ชาวกรุงที่ทันสมัยแต่มีรสนิยมดีชอบของคลาสสิค 

Expect several variations of live Jazz every day—something exceptional for the Bangkok Jazz scene—with New Orleans Jazz every Monday and Wednesday and Straight Ahead Jazz on the other days. Earlier, I mentioned the HARVEST Restaurant, and it would not be right for me to leave it at that. Stepping into HARVEST is like entering someone’s home, where you can just relax and enjoy some delicious home-cooked food. HARVEST takes pride in cooking from scratch as much as possible, using only natural ingredients, resulting in dishes that are aromatically alluring, wholesomely packed with nutrients, rich in flavors, and are visually striking.

ทางร้านมีการแสดงดนตรีแจ๊สสดทุกวัน ย้ำว่า ทุกวัน ซึ่งผมมองว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมและค่อนข้างจะหาได้ยากอีกด้วย โดยจะมีการเล่นดนตรีแจ๊สที่หลากหลาย ทุกๆ วันจันทร์และวันพุธจะเป็นแนว New Orleans Jazz และวันอื่นๆ จะเป็นแนว Straight Ahead Jazz ครับ ถ้าจะจบตรงนี้โดยไม่กล่าวถึงโซนร้านอาหาร HARVEST คงจะไม่ได้ เพราะ HARVEST เป็นร้านที่ตกแต่งสวยด้วยบรรยากาศสบายๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านเพื่อน โดยเอกลักษณ์ของทางร้านคือ การนำเสนออาหาร Home-Cooked ที่คัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ นำมาปรุงอย่างพิถีพิถัน ทำให้อาหารแต่ละจาน มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อยเข้มข้น สารอาหารครบถ้วน แม้แต่การตกแต่งจาน ก็ดูสวย ทำให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารจานโปรดได้เป็นเวลานาน

The WoodShed is open daily from 5:30 PM to Midnight, and accessible via BTS. Take the Skytrain to Phrom Phong and walk down Sukhumvit 31. For reservations, call 02-262-0762. Check out their Facebook Page for more information. 

The WoodShed เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่าง 17:30 น. ถึงเที่ยงคืน และอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์ เพียงคุณเดินเข้าซอยสุขุมวิท 31 จะเจอร้านอยู่ไม่ใกล ใครต้องการจองโต๊ะ สามารถโทรเบอร์ 02-262-0762 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตาม Facebook Page ของทางร้านได้เลยครับ

The Living Room (BTS Asoke)

Around the Sukhumvit area, precisely by the Asoke BTS Station with direct access to keep you dry and away from traffic jams, the Sheraton Grande Sukhumvit houses one reknowned Jazz Bar. Named “The Living Room” this bar has established itself as one of Bangkok's premier live jazz venues. Its interiors are spacious and offer the ultimate comfort, not unlike what you would expect from a “living room” of a 5-star hotel. 

คุณสามารถหนีจราจรที่ติดขัดย่านถนนสุขุมวิทได้ เพียงแค่แวะมานั่งฟังเพลงที่ The Living Room บาร์แจ๊สภายในโรงแรมสุดหรูอย่าง Sheraton Grande Sukhumvit ที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก โดยที่นี่ The Living Room ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะกับการชมดนตรีสดแนวแจ๊สมากที่สุด ซึ่งแน่นอนคุณจะได้พบกับบรรยากาศภายในร้านที่กว้างขวาง และสะดวกสบาย คล้ายกับห้องรับแขกของโรงแรม 5 ดาว ไม่ใช่น้อย

The line-up of musicians features outstanding performers, both international talent and most respected local musicians. I want to give a shout-out to Randy Cannon, who has been holding down the piano here for years, and guess why... Well, because he is damn good. Lately, his brother Steve Cannon with his trumpet and Fuglehorn, has joined Randy and together they will demonstrate what brotherhood is all about. Sweet! Recently, the Living Room welcomed the Alberto Marsico Trio from Europe. Alberto Marsico is one of the most reknowed European Organ players and the Trio has performed across the globe and held seminars in various conservatories. If you missed their performance at the Living Room, check this Jazz Schedule (http://bit.ly/2V6NKTE) to see who’s playing next! Are you a spontaneous type? Don’t you worry, because the Soul Steppers are always around to keep it at the top of the scale? The Living Room is open nightly. For more information, check out their website.

นักดนตรีที่ขึ้นแสดงที่ The Living Room แต่ละคนมีความสามารถระดับสากล ไม่ก็มีชื่อเสียงที่สุดในแวดวงดนตรีแจ๊สในประเทศไทยก็ว่าได้ มีนักเปียนโนมากฝีมืออย่าง Randy Cannon ที่ล่าสุดได้จับมือร่วมแสดงกับน้องชายแท้ๆ ของเขา Steve Cannon นักเป่าทรัมเป็ต และ Flugelhorn ซึ่งพวกเขาจะมาแสดงสายสัมพันธ์พี่น้องผ่านดนตรีแจ๊สที่ The Living Room นอกจากนั้น Alberto Marsico Trio จากทวีปยุโรปยังได้มาแสดงที่บาร์ไฮโซแห่งนี้ ซึ่งคุณ Alberto Marsico ผู้นำวงนั้น เป็นถึงขั้นนักเล่นออร์แกนชื่อดัง ถ้าไม่อยากพลาดโชว์ดีๆ คุณสามารถเช็คตารางนักดนตรีได้ตามลิ้งค์นี้: http://bit.ly/2V6NKTE แต่ถ้าคุณเป็นพวกไม่ชอบวางแผน ชอบไปเที่ยวตามอารมณ์ความรู้สึก ก็ ไม่ต้องห่วงครับ เพราะที่ The Living Room นั้น มีการแสดงดนตรีแจ๊สสดจากวง Soul Steppers เป็นประจำ ใครชอบฟังเพลงแจ๊ส ห้ามพลาด!

The Living Room is open daily from 9 AM to Midnight with live Jazz every night and is accessible via BTS. Take the Skytrain to Asoke Station, it’s only a few minutes away. To make a reservation, call 02-649-8353. Check out their Facebook Page for more information.

The Living Room อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอโศก เปิดให้บริการตั้งแต่ 9โมงเช้า ถึง เที่ยงคืนของทุกวัน โดยจะมีดนตรีแจ๊สสดทุกคืน สามารถจองโต๊ะได้ทางโทรศัพท์ เบอร์ 02-649-8353 หรือเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทางเพจ Facebook ของร้านครับ

The Bamboo Bar (Riverfront, BTS Saphan Thaksin) 

In the middle of the 19th century, when Thailand was still known as Siam, a rest house for foreign seafarers was established on the banks of the Chao Phraya River. It was to become one of the world’s greatest hotels: The Mandarin Oriental... And that is where the Bamboo Bar sits.

กลางศตวรรษที่ 19 เมื่อครั้งประเทศไทยยังเป็นที่รู้จักในนามของ สยาม บ้านพักสำหรับกะลาสีต่างชาติได้ถูกจัดตั้งขึ้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้กลายเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในโลก The Mandarin Oriental และที่นั่น ก็เป็นสถานที่ตั้งของ The Bamboo Bar

They say that the Bamboo Bar has been around since 1953 and I can just imagine what it must have been like back then in those days because the Bamboo has remained fidele (Faithful) to its tradition and elegance. And that is the beauty of it, sitting enveloped in Siamese history, sipping a Hang Lay, Talad Naam, Aggy Aggy or maybe a Hawker by their award-winning mixologist team, and listening to some fine quality jazz, as you would expect.

เล่ากันว่า The Bamboo Bar มีประวัติยาวนานถึงประมาณปีคริสตศักราช 1953 และบรรยากาศภายในร้านสามารถพาคุณไปสู่ยุคสมัยนั้นได้อย่างเหลือเชื่อ เพราะการตกแต่งต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีชื่อและลูกเล่นที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยที่งดงาม ได้ยินกันแล้วก็คงอดไม่ได้ที่จะแว๊บไปนั่งจิบ Hang Lay, Talad Naam, Aggy Aggy หรือ Hawker ที่สร้างสรรค์โดยทีม Mixologist ของ Bamboo Bar ที่ได้รับรางวัลมากมาย พร้อมเสพย์ดนตรีแจ๊สสดคุณภาพดี ท่ามกลางกลิ่นไอของอาณาจักรสยาม 

Throughout the years, the Bamboo Bar has grown in status and reputation to remain one of Bangkok’s classic favorites, bringing together sounds, style, seductive glamour, and sophistication and adheres to a smart dress code for all guests. The Bamboo Bar ranks #8 on 2019 Asia’s 50 Best Bars and holds the title of “The Best Bar in Thailand”. Cheers! And not only for the Jazz it offers, but the very exquisite cocktails. At the Bamboo Bar, expect live music nightly, ranging Easy Listening Jazz/Smooth Jazz to Bebop to Bossa Nova. 

ตลอดปีที่ผ่านมา The Bamboo Bar ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่กลางคืนสุดคลาสสิคที่ชาวกรุงเทพนิยมไปเชยชม เป็นการรวมตัวกันอย่างสมบูรณ์แบบของเสียงเพลง สไตล์ และสเน่ห์ที่น่าหลงไหล โดยทางร้านจะมี Dress Code สำหรับแขกที่มาใช้บริการ The Bamboo Bar ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 8 ของ Asia’s 50 Best Bars ในปี 2019 และได้ชื่อว่าเป็นบาร์ที่ ดีที่สุดในประเทศไทย The Bamboo Bar มีการแสดงดนตรีสดทุกคืนหลากหลายสไตล์กันไป เช่น Easy Listening Jazz หรือ Smooth Jazz, Bebop และ Bossa Nova.

You can listen to live music at the Bamboo Bar from 9-11:45 PM from Sunday to Thursday and 9-12.45 PM from Friday to Saturday. Take the BTS to Saphan Thaksin Station and grab a bike or taxi to the Mandarin Oriental Hotel. Visit their Facebook Page or website for more information.

คุณสามารถแวะเข้าไปฟังดนตรีสดได้ที่ Bamboo Bar ช่วง 21:00 น. ถึง 23:45 น. ทุกๆ วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี และ 21:00 น. ถึง 00:45 น. ทุกๆ วันศุกร์และวันเสาร์ ใครไม่ใช้รถส่วนตัว สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีสะพานตากสิน และนั่งแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์ไปยังโรงแรม Mandarin Oriental สำหรับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถเช็คได้ที่เพจหรือเว็บไซต์ของทางร้านเลยครับ 

FooJohn Building (Chinatown)

FooJohn Building is a unique music venue and restaurant where 3 offerings, 3 interiors, and 3 atmospheres coexist in a renovated 1960's post-modern building. Walk into the 1st-floor bistro, FoudieJoie, an authentic French bistro that serves crepes, wine and charcuterie.

FooJohn Building เป็นร้านอาหาร บาร์ และพื้นที่แสดงดนตรีสด ตึกแถว 3 ชั้นสไตล์ยุค 1960 ที่ได้รับการรีโนเวทใหม่โดยมีจุดเด่นคือ ชั้นแต่ละชั้นถูกตกแต่งให้มีบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป โดยชั้นที่ 1 เป็น Bistro ฝรั่งเศสที่ชื่อว่า FoudieJoie เสิร์ฟอาหารทานเล่นและเครื่องจำพวกสไตล์ฝรั่งเศส เช่น เครป ไวน์ และ Appetizer เย็นต่างๆ แบบ Charcuterie อาหารจำพวกแฮมและชีสที่ถูกจัดแต่งสวยงามไว้บนจาน

On the 2nd floor is where the music happens 3 or 4 nights per week and most of the time, it is Jazz. Here’s a bar which specializes in prohibition-era cocktails and Negronis. You can also enjoy food from the other floors while listening to your favorite musician.

ชั้นที่ 2 จะเป็นชั้นที่จัดแสดงดนตรีสด 3 ถึง 4 คืนต่อสัปดาห์ โดยแนวดนตรีที่นิยมเล่นมากที่สุดคือ แจ๊ส ซึ่งบาร์นี้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มในยุคต้องห้าม อย่างเช่น Negroni ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ถือกำเนิดขึ้นในยุค 1920s เป็นยุคที่ประเทศสหรัฐอเมริกาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มสุราทุกชนิด จนเกิดบาร์ใต้ดินขึ้นอยู่หลายแห่ง คุณสามารถที่จะเพลิดเพลินกับเครืองดื่มสุดพิเศษของคุณ ควบคู่กับดนตรีแจ๊สจากศิลปินคนโปรดของคุณได้ที่ชั้นนี้

It’s not a huge venue, nor a fancy one, but it’s one of the coolest places in town! FooJohn Building is great for hanging out with friends as well as meeting fellow live music lovers and Jazz aficionados. But even if you come alone (and prefer to be alone), it is intimate and you are never very far away from the musicians so you may you feel as though you are part of the band.

FooJohn Building ไม่ได้มีขนาดใหญ่โต และไม่ได้เป็นร้านที่หรูหราอะไร แต่เป็นร้านแฮ็งเอาท์ที่เจ๋งที่สุดแห่งนึงในกรุงเทพก็ว่าได้ ไม่ว่าจะมากับแก๊งเพื่อนซี้คนสนิท หรือมาเพื่อพบปะเพื่อนใหม่ที่หลากหลายแต่มาความคล้ายกันคือความรักในเสียงเพลงแจ๊สและดนตรีสด แต่ถึงแม้ว่าคุณมาคนเดียวและชอบที่จะอยู่กับตัวเอง บรรยากาศที่อบอุ่นของทางร้านจะทำให้คุณรู้สึกเป็นหนึ่งกับวงดนตรี และคุณจะไม่มีวันสัมผัสกับคำว่าเหงาเด็ดขาด

FooJohn showcases a variety of musicians ranging via Jam Sessions as well as solo performances. They have welcomed some well known international and local musicians such as Mitch Frohman, Jakob Dinesen, Jean-Seb Simonoviez, Teerapoj Bump Plitakul, and Joshua Lebofsky to name a few. And one musician who is part of all of the Jazz sessions, is no one other than Mr. Sticks, our favorite French drummer who with his distinctive playing style brings that French je ne sais quoi feeling to the set.

FooJohn นำเสนอดนตรีสดคุณภาพจากนักดนตรีหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าในรูปแบบ Jam Session คือการแสดงสดแบบฟรีฟอร์มที่ไม่ได้ผ่านการซ้อมมาก่อน จนไปถึงโชว์เดี่ยวจากทั้งนักดนตรีผู้มีชื่อเสียงระดับสากลและระดับประเทศ อาทิ เช่น Mitch Frohamn, Jakob Dinesen, Jean-Seb Simonoviez, Teerapoj Bump Plitakul, และ Joshua Lebofsky และอีกหนึ่งนักดนตรีที่ขาดไม่ได้ (เพราะฮีมีส่วนร่วมในทุกโชว์) นั่นคือ Mr. Sticks มือกลองชาวฝรั่งเศสคนโปรดของเราที่จะให้คุณหลงใหลไปกับเสียงดนตรีของเขาอย่างน่าประหลาดใจจนยากที่จะอธิบายออกเป็นคำพูดได้ หรือที่ชาวฝรั่งเศสเรียกว่า je ne sais quoi นั่นเอง

Recently, Soul Bar has taken over the 3rd floor with some pop-up events. What a great idea to combine both venues in one building, as it only makes us more inclined to visit the place for some live music sets. Make sure you stop by the FooJohn Building to check it all out.

ช่วงนี้ ในส่วนของชั้น 3 นั้นจะเป็นโซนสำหรับจัดอีเว้นท์ควบคู่ Soul Bar เป็นการผสมผสานหลากหลายไอเดีย และสไตล์ดนตรี ไว้ในที่แห่งเดียว ทำให้ขาแจ๊สอย่างเรายิ่งอยากแวะเข้าไปที่ FooJohn Building มากขึ้นไปอีกเท่าตัว

FooJohn Building is open from Tuesday to Sunday between 6 PM and Midnight. Check out their Facebook Page for performance schedules and more information.

FooJohn Building เปิดให้บริการวันอังคารถึงวันอาทิตย์ระหว่าง 18:00 น. ถึงเที่ยงคืน สำหรับตารางการแสดงต่างๆ และรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเช็คดูได้ที่เพจ Facebook ของทางร้าน

Whisgars (BTS Asoke)

Whisgars is a unique whiskey and cigar specialty bar with a nod to the luxurious classic gentlemen's club. The focus is on rare single cask, high-end single malt whiskey, premium hand-rolled cigars, and expertly-mixed cocktails. Let me highlight that the selection of cigars has increased as Whisgars currently offers a very varied menu of Cuban, Dominican, and Nicaraguan cigars. There could be some Costa Rican cigars there as well depending on the latest shipments arrival. 

Whisgars เป็นบาร์หรูสไตล์ Gentlemen’s Club เอาใจสุภาพบุรุษโดยเฉพาะ ให้จำหน่ายทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และซิการ์นานาชนิด จุดเด่นของทางร้านก็คือ High-end Single Malt วิสกี้ ซิการ์ม้วนมือแบบพรีเมี่ยม และเครื่องดื่มค็อกเทลที่ผสมโดยผู้เชี่ยวชาญ แต่จุดที่เฉพาะตัวของทางร้าน แน่นอน ว่าต้องเป็นซิการ์ ที่มีให้เลือกหลายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นซิการ์นำเข้าจาก Cuba, Dominican Republic, Nicaragua หรือ Costa Rica ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าเข้ามาไทยในช่วงไหน

Whisgars offers live music, although not exclusively Jazz these days. From Wednesday to Saturday, quality musicians will be there to build that perfect atmosphere to help you sip and smoke the night away. Expect near-royal treatment at this venue, because as a regular, I’ve observed that there is a strong focus on service with a team of knowledgeable barmen and waitresses to assist you with the extensive selection of offerings.

ที่ร้านมีการแสดงดนตรีสดโดยนักดนตรีคุณภาพ ระหว่างวันพุธจนถึงวันเสาร์ แนวดนตรีจะหลากหลาย เน้นอยสร้างบรรยากาศให้คุณดื่มด่ำกับเครื่องดื่มและซิการ์ตัวโปรดได้ตลอดทั้งคืน ใครเป็นลูกค้าของ Whisgars จะทราบว่าระดับการบริการของที่นี่น่าประทับใจมาก ทีมพนักงานที่ร้าน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าบาร์เทนเดอร์หรือพนักงานเสริฟ ได้ถูกคัดเลือกและอบรมมาอย่างดีจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มและซิการ์ สามารถที่จะแนะนำตัวเลือกที่เข้ากับคุณได้อย่างพอดี

As it is conveniently located in the rear of CRAFT, the famous beer venue, you may also grab a pint of stout or other beers before you enter the world of whiskey and cigars. The food menu offered within this hub of restaurants and bars ranges from Mexican food at the Slanted Taco, tasty farm-bred chicken from Birds Rotisserie, a vast selection of pizza, cold cuts and cheese plates, burgers, and even some spicy Thai food. Oh, and did I forget about The Little Wine Bar? The name speaks for itself.

Whisgars ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับร้านอาหารและบาร์ดังขึ้นชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Slanted Taco ร้านอาหารเม็กซิกันน้องใหม่ที่มาแรงแซงโค้ง เมนูไก่รสเลิศจาก Birds Rotisserie ไวน์บาร์ชื่อ The Little Wine Bar หรือแม้กระทั่ง CRAFT ร้านเบียร์ชื่อดังที่จะพาคุณไปยังโลกใบใหม่ ให้คุณถูกล้อมรอบไปด้วยเบียร์จากนานาประเทศ แขกทุกคนของ Whisgars สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้จากทุกร้านที่ว่ามานี้ รวมถึงเมนู พิซซ่า เบอร์เกอร์ และอาหารไทยรสจัด เช่น ส้มตำปูปลาร้าอีกด้วย

Whisgars is within walking distance from BTS Asoke and is open from 2 PM until 2 AM every day. Their Live Jazz schedule can be found on their Facebook Page. 

คุณสามารถเดินไปที่ร้าน Whisgars ได้จากรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสุขุมวิท ซึ่งร้านจะเปิดให้บริการทุกวันระหว่าง 14:00 ถึง 02:00 น. ตารางดนตรีแจ๊สและดนตรีสดอื่นๆ จะถูกแชร์ผ่าน Facebook ของทางร้านอย่างสม่ำเสมอ สามารถแวะเข้าไปกดไลค์เพื่อรับข่าวสารใหม่ๆ ได้เลยครับ

jazZ happens (Phra-Nakorn)

jazZ happens is a jazz commune offering a stage for aspiring jazzists to showcase their talent. It is a tiny (capacity of only 25-30 people) musical haven where ideas and artistic visions are shared, but more than anything, it is a celebration of jazz and generally a cool place to chill out and absorb the music and Thai culture. If you’re wondering about the last part, let me explain that this bar is smack in the middle of Old Bangkok, near the Grand Palace and some of Bangkok’s most famous temples. Moreover, their drinks menu includes only local and Lao beer—no imports—whiskey, wines, and cocktails. As you can probably guess, the food served here is Thai, with the highlights being deep-fried pork in fish sauce, spicy salmon salad, salted beef fried rice, som tam (papaya salad), and raw shrimp in spicy fish sauce.

jazZ happens เป็นทั้งบาร์ และศูนย์รวมของคนรักดนตรีแจ๊ส ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ที่จะแบ่งปันไอเดีย และมุมมองทางศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ให้กลุ่มคนรักดนตรีแจ๊สได้มาสังสรรค์และเฉลิมฉลองกัน jazZ happens เป็นร้านที่ค่อนข้างเล็ก ที่เหมาะมากสำหรับการนั่งดื่มแบบสบายๆ เพื่อซึมซับเสียงเพลงแจ๊สดีๆ และวัฒนธรรมไทยที่ทันสมัย ร้านตั้งอยู่กลางกรุงเก่า ใกล้วัดพระแก้ว และสถานที่เที่ยวดังๆ มากมายเช่น พระบรมหาราชวัง ทำให้ได้บรรยากาศอีกแบบที่แตกต่างจากบาร์อื่นๆ เมนูเครื่องดื่มในร้านมีแต่แอลกอฮอล์ไทยนะคะ เบียร์ไทยและลาว วิสกี้ ไวน์ และค็อกเทลไทย เมนูที่แนะนำก็เป็นอาหารไทยค่ะ เช่น หมูทอดน้ำปลา ยำแซลม่อน ข้าวผัดเนื้อเค็ม ส้มตำ และกุ้งแช่น้ำปลาThis 11-year-old venue welcomes both local and international musicians, including university students and their prof. The quality of music is usually of good quality. jazZ happens is affordable and offers live music every night which makes it a great place to catch some great Jazz over a cold beer or cocktail. Join us, because jazZ is happening here! 

jazZ happens เปิดทำการมาแล้วรวม 11 ปี และทุกวันนี้ ก็มีทั้งนักดนรีไทยและสากล รวมถึงนักศึกษาคณะดุริยางคศิลป์จากมหาวิทยาลัยดังต่างๆ และอาจารย์ของพวกเค้า ดนตรีแจ๊สสดที่นี่คุณภาพดี เป็นที่ที่น่าไปนั่งฟังเพลงพร้อมจิบเบียร์เย็นๆ ราคาอาหาร เครื่องดื่มก็สมเหตุสมผลดีมาก ขาแจ๊สต้องไปสักครั้งแล้วรับรองจะติดใจ

jazZ happens is located at 62 Phra-artit Rd., Chanasongkram, Phra-Nakorn Bangkok, Thailand. It is open every day from 7 PM to 1 AM, except on Thursdays when it is closed. Check out their Facebook Page for more information. 

ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ เปิดทุกวันยกเว้นวันพฤหัส สามารถแวะไปได้ตั้งแต่ 19:00 ถึง 01:00 น. เชิญมาร่วมสนุกด้วยกันครับ

Saxophone Pub and Restaurant (BTS Victory Monument)

Saxophone Pub & Restaurant is known to be one of the best Jazz & Blues music venues in Bangkok, guaranteed by the line-ups of famous Thai artists such as Koh Mr. Saxman, T-Bone Band, Neung Jakkawal Band, The Emergency, JRP Little Band, and lots more. Apart from quality performances from Thai Jazz celebrities, Saxophone also hosts some top-notch International musicians who come sit-in for a jam or two. Did I mention that there is live music there every night? 

ร้าน Saxophone Pub & Restaurant เป็นอีกหนึ่งร้านที่ขาแจ๊สและ Blues นิยมไปนั่งฟังเพลง คุณภาพการันตีโดยศิลปินชื่อดังมากมายของประเทศไทยที่มาแสดงที่นี่ อาทิ เช่น คุณโก้ Mr. Saxman, วง T-Bone, คุณหนึ่ง จักรวาล, The Emergency, JRP Little Band และศิลปินอีกมากมาย เชิญชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ของดนตรีจากนักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงที่สุดทั้งในไทยและต่างประเทศ สามารถแวะไปฟังดนตรีสดดีๆ ได้ทุกคืน

What’s more? Those with the munchies can indulge in many fine Thai dishes that accompany their long list of more than 100 varieties of cocktail and good comprehensive selection of beers. 

ใครนั่งฟังเพลงดึกๆ แล้วหิวก็ไม่ต้องกลัว Saxophone เค้ามีอาหารไทยรสดีที่ทานแกล้มกับเครื่องดื่มเป็นร้อยชนิดรวมถึงเบียร์ด้วยครับ

Saxophone Pub & Restaurant is accessible by BTS Skytrain. Just hop off at Victory Monument Station and leave from Exit 4. The venue is open daily from 6 PM to 1.30 AM. Check out their Facebook Page for more information.

การเดินทางไปที่ Saxophone Pub & Restaurant ไปได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้บีทีเอส ลงที่สถานีอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ออกประตู 4 ทางร้านเปิดบริการทุกคืนตั้งแต่18:00 ถึง 01:00 น. สามารถเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook ของทางร้านะครับ

The Melting Clock (BTS Ekamai)

As you walk in, you are immediately struck by the ambiance and decor that rivals an art gallery. The live music is nightly with some jazz but you can also listen to a varied selection of genres but all excellent quality performances by local as well as international musicians. We’ve enjoyed the fabulous Fabão playing and singing bossa nova and samba, Lips Manly, and Smooth Boss here at the Melting Clock. The O-Square with Yanisa and Gregory Wilson are regulars throughout the week, which makes The Melting Clock an excellent choice for a musical evening out with friends.

คุณจะตะลึงไปกับบรรยากาศและการตกแต่งที่เทียบเท่า Art Gallery ตั้งแต่ก้าวแรก ณ ที่แห่งนี้ The Melting Clock ร้านอาหารและบาร์ที่มีดนตรีสดทุกคืน รวมถึงดนตรีแจ๊สด้วย ดนตรีบรรเลงโดยนักดนตรีคุณภาพทั้งไทยและต่างชาติ คุณจะดื่มด่ำไปกับดนตรีบอสซ่า แซมบ่า ที่บรรเลงโดย Fabão  อีกทั้งยังมี Lips Manly, Smooth Boss, The O-Square with Yanisa และ Gregory Wilson ที่มาแสดงตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้ ร้าน Melting Clock แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเป็นอย่างมาก

The sound system provides a great blend of music and conversation with friends. The venue itself is rather roomy and airy, which allows you to move to the rear of the room should you wish to entertain a larger group of noisy friends. The kitchen is open till late at night, and from the menu, you will find authentic Italian dishes, creative fusion appetizers, and an extensive list of wine and other alcohol. A real find amongst nightlife spots in BKK. 

ระบบเครื่องเสียงของร้านช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี เหมาะสำหรับการฟังเพลงและการพูดคุยในหมู่เพื่อน ถ้าพูดถึงสถานที่ ก็กว้างขวาง โปล่งมาก ไม่อึดอัด ใครมากันเป็นกลุ่มแล้วกลัวจะเสียงดังรบกวนคนอื่นก็สามารถเลือกที่จะนั่งหลังร้านได้ อีกทั้ง ครัวร้านนี้เปิดจนดึก และมีอาหาร Italian และอาหาร Fusion แปลกๆ ให้คุณได้ลิ้มลอง พร้อมกับไวน์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้วโปรด เป็นอีกร้านที่เหมาะสำหรับกับการเพลิดเพลินในยามราตรีที่กรุงเทพ

The Melting Clock is open every day from 12 Noon to 1 AM (and later) and is a short walk from BTS Ekamai. Read more about the Melting Clock in our blog here. 

ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 12:00 ถึง 01:00 น. และสามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีเอกมัยแล้วเดินต่อมานิดหน่อยได้ค่ะ เราเคยไปรีวิวอาหารร้านนี้ด้วยนะ อ่านเลย!

Alonetogether (BTS Phrom Phong)

Alonetogether is the new and snazzy Jazz Boy on the block of Jazz Bars in Bangkok! Lucky for me, it is only about 300 meters from where I live, so as soon as I heard about it, I ran over to check it out. The funny thing is that I could not find it until the next day, stumbling upon it by fortunate coincidence. When I found it full of friendly faces, all Jazz aficionados, I knew that I was on to something. The name Alonetogether seems to perfectly fit the atmosphere from the moment you walk in and squeeze yourself down this narrow corridor which is the bar, that then opens up to a venue in which resides a grand piano and drum set. A true harmony between the public, the musicians, and the mixologist. Apparently, after 11 PM, there is a jam session, where the public becomes the show, and as long as the quality of the jam session maintains a certain level, I am all for it.

Alonetogether น้องใหม่มาแรงในแวดวงบาร์แจ๊สแห่งกรุงเทพมหานคร อยู่เพี่ยง 300 เมตรจากที่พักของผม แต่สิ่งที่ตลกที่สุดคือคืนแรกที่อยากจะแวะไป ผมหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนเช้าสว่างแล้วก็มืดลงอีกครั้ง ผมถึงได้เจอทางเข้าร้านโดยบังเอิญ ซึ่งเป็นโชคดีของผม เพราะแค่ก้าวแรกที่เข้าไปยังตัวร้าน ก็เจอคนรู้จักมากมาย มีแต่คนที่ชื่นชอบดนตรีแจ๊สเหมือนผม ชื่อของร้านที่แปลว่าอยู่คนเดียวหรืออยู่อย่างสันโดษด้วยกันนั้นเข้ากับบรรยากาศภายในร้านอย่างเหลือเชื่อ ด้วยทางเดินเล็กๆ ที่ขนานกับบาร์ ที่จะพาคุณตรงไปยังห้องที่มีแกรนด์เปียโนและกลองชุด บรรยากาศทำให้คนดู นักดนตรี และผู้สร้างสรรค์เครื่องดื่มอยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ ที่ร้านจะมีดนตรีสดแบบ Jam Session หลังห้าทุ่ม ซึ่งเป็นการแสดงดนตรีที่เปิดโอกาสให้นักดนตรีในหมู่ผู้ชมมามีส่วนร่วมบรรเลงเพลงไปดัวยกันอย่างไม่ได้ซ้อมหรือนัดกันมาก่อน ซึ่ง Jam Session นั้นเป็นประเภทโชว์ที่ผมชอบฟังมาก

While sipping on a very generous gin & tonic and chatting with the barman, he let slip that the upstairs will soon become a cigar bar. I am not an OMG type of guy, but OMG does apply to me when the subject is about adding cigars to anything. Let’s go now. As far as the line up of musicians, I am pleased to report that there are some top notch dudes coming around, I could throw out a few names like Pong, Denny, Tae, Shawn, Sarit, Pisut, and Hong... but I won’t. Well, too late. So in all honesty, go give it a go, squeeze in and enjoy.

คืนนั้น ระหว่างที่ผมดื่ม Gin & Tonic แก้วโต และพูดคุยเรื่อยเปื่อยกับบาร์แมน ผมก็ไดรู้ความลับของทางร้าน ว่าตอนนี้กำลังปรับจัดโซนบริเวณด้านบนให้เป็นบาร์ซิการ์ ปกติแล้วผมไม่ใช่คนที่ร้องว๊าวหรือตื่นเต้นกับอะไรเท่าไหร่ แต่เมื่อเป็นอะไรที่เกี่ยวกับซิการ์แล้วล่ะก็ อย่าว่ากันเลยแล้วกัน แล้วถ้าพูดถึงนักดนตรีที่มาแสดงในบาร์ลึกลับแห่งนี้ ก็มีแต่ชื่อที่คอแจ๊สในกรุงเทพจะต้องรู้จัก ไม่ว่าจะเป็น Pong, Denny, Tae, Shawn, Sarit, Pisut, หรือ Hong. เป็นยังไงกันบ้างครับ เชื่อแล้วหรือยังว่าบาร์นี้ ต้องลอง!

 

Written by Robert Ruesz

Photos by respective venues/ ขอบคุณภาพจากทุกๆ ร้านครับ