Art Gallery

Thailand and Japan ART BRUT: Figure of Unknown Beauty/ ความงามนิรนาม

Posted on 23 Aug, 2019

The term “Art Brut” isn’t a new paradigm of art pedagogy regardless of the fact that some audience never experienced a sincere invention of aesthetics created by artists outside art school. Marking its inception in 1945 by Jean Dubuffet, Art Brut serves as a particular genre of creativity, exposing hidden dialogue and demonstration of arts in a naïve, raw, free, and unexplainable and ruleless form. One characteristic of Art Brut is that the works are done by a person or a group of socially and culturally isolated people such as people with disabilities, prisoners, non-art training artists, and senior citizens, etc. These outsider artists employ creativity and express it for personal purposes. They “do not consider themselves to be artists and they do not designate their production as art”, Dubuffet addressed. Instead, self-centeredness and intuitiveness are key resources to elucidate the means and ends of Art Brut.

Thailand and Japan Art Brut: Figure of Unknown Beauty” initiative is a project in collaboration between Japan and Thailand which together aim to turn a spotlight on Japanese and Thai Art Brut movement rarely seen in a public showcase. 

ศิลปะอาร์ตบรูต (Art Brut) คือ ศิลปะที่สร้างสรรค์โดยกลุ่มศิลปินนอกกระแสนิยม อาทิ ผู้พิการ ผู้ต้องขัง ผู้ที่ไม่ได้ศึกษาผ่านสถาบันศิลปะ และผู้สูงอายุ เป็นต้น ถือกำเนิดราวปี .. 1945 โดย ศิลปิน ฌอง ดูบุฟเฟต์ (Jean Dubuffet) ศิลปะประเภทนี้มีลักษณะเด่นที่การสร้างสรรค์ผ่านอัตลักษณ์พิเศษ เช่น ความซื่อบริสุทธิ์ ความดิบ อิสรภาพ สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ และการไร้กฎเกณฑ์ นอกจากนี้ ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่ง คือ การอ้างถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่หลบหนีจากสังคมและวัฒนธรรมในช่วงเวลาดังกล่าว โดยอาศัยศักยภาพทางศิลปะในการแสดงออกผ่านวัตถุประสงค์จำเพาะ 

ฌอง ดูบุฟเฟต์ กล่าวว่า “กลุ่มบุคคลดังกล่าวอาจไม่พิจารณาตนเองเฉกเช่นเดียวกับศิลปิน และไม่กล่าวอ้างผลงานเหล่านั้นว่าเป็นศิลปะ ตนเองเป็นศูนย์กลางหรือการใช้ระบบสัญชาตญาณภายในเป็นสาระสำคัญในการพิจารณากระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอาร์ตบรูต”

In this exhibition, various forms of works such as painting, drawing, ceramic, mixed media art and video media are curated to fully present both nations’ aspects and dimensions on Art Brut.

The exhibition is divided into 5 categories:

  1. Repetition, Dense and Homogeneous
  2. Raw Materials and Creation in everyday life
  3. Desire, the source, what makes them create
  4. Art, which is born of a relationship
  5. For further creation. 

นิทรรศการความงามนิรนามเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย เพื่อนำเสนอคุณค่าของศิลปะอาร์ตบรูตในมิติใหม่ โดยแบ่งเนื้อหาในนิทรรศการออกเป็น 5 หัวข้อ ได้แก่

  1. การทำซ้ำ ความหนักแน่น และความกลมกลืน
  2. นานาสิ่งจากชีวิตประจำวัน
  3. ความปรารถนาคือบ่อเกิดการสร้างสรรค์
  4. ศิลปะที่เกิดจากความสัมพันธ์
  5. สู่มิติใหม่แห่งการสร้างสรรค์” 

Words From The Curator:

Art brut is an artistic conceptualization that isn’t talked/discussed much. It is virtually ignored by the world art scene and in art education, and whose authors are practically unknown. But it is being brought into the Thai spotlight at this significant event produced by a group of unorthodox creators in collaboration with the Bangkok Art and Cultural Centre and Japan’s Borderless Art Museum NO-MA and Social Welfare Organization Glow.

Outside the mainstream, the foundational concept of art brut originated with artist and French artist/writer -Jean Philippe Arthur Dubuffet. At one time a wine merchant, Dubuffet received his education at the Académie Julian in 1918. Art brut made its first concrete appearance in 1945, directly inspired by a journey, Dubuffet made through France and Switzerland studying and searching for new20th-century artistic formats that departed from an aura of mainstream art. This resulted in a 1947 exhibition of “outsider artists” entitled “Le Foyer de l’ Art Brut”  Intended as a gateway into a free discussion of a new 20th century aesthetic. It featured creative works that access the realities of human life from other perspectives than common aesthetics framed by art academic trending. This naturally led to its being ignored and unloved. Its creators and its harsh presentations weren’t associated with or compatible with art institutions or museums. This new art trend’s first appearance in the 1940s was expressed by Dubuffet as one dimension of a stark powerful revolt against existing museums, galleries, and art institutions.

“Dubuffet looks for artistic characteristics beyond the confines of museums and galleries, and outside the scope of art academics and historians . . . ” Dubuffet expresses the characteristics of the works this way: “they are like raw fruit, with special vitamins which nourish and enrich us . . . I think these nutritional supplements exist only in raw art, uncontaminated by culture.”

These remarks show us the value of art brut in its pioneering period. Some unique phrases useful for expressing an art brut artistic identity of might include “Art not predetermined by compulsion,” “the aesthetics of being other”(or “artistic otherness”), “raw art,”“pure art,”“free of the limitations of rules”(or “naïve and primitive art”), “prisoner art,” “children's art,”“folk art,” and “art of the insane.”

Outsider art included tribal group aesthetics, psychiatric and handicapped patients, prisoners, and people in minority groups, people who turn their backs on society and society’s standard ways of communication: these rely on creative work to communicate, or sometimes simply to release inner feelings through creative work. Dubuffet explains, “these groups don’t consider themselves to be artists and they don’t call what they do ‘art” The anthropologist Also, Claude Lévi - Strauss especially recommends art created by prisoners as well as by other neglected social groups. Practically by definition, prisoner art has value as an expression of the ‘dark side’, which Dubuffet refers to as “salvage value.” Art brut also exemplifies a breakup of the art world into highbrow and lowbrow classes.

ข้อความจากภัณฑารักษ์

แนวทางศิลปะที่ได้รับการกล่าวถึงไม่บ่อยครั้งกระทั่งถูกละเลยจากวงการศิลปะหรือศิลปศึกษา ศิลปะอาร์ตบรูต (Art Brut) ถูกเปิดเผยและร้อยเรียงความงามนิรนามจากกลุ่มนักสร้างสรรค์นอกวงศิลปะกระแสหลักครั้งสำคัญในประเทศไทยโดยร่วมกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานประเทศญี่ปุ่น อาทิ The Borderless Art Museum NO-MA และ Social Welfare Organization Glow

นอกกระแสสู่พื้นที่กระแสหลัก ศิลปะอาร์ตบรูต (Art Brut) แนวคิดรากฐานกำเนิดโดยศิลปินและนักเขียนฝรั่งเศส ฌอง ดูบูฟเฟต์ (Jean Philippe Arthur Dubuffet) เคยทำงานเป็นนักขายไวน์ รับการศึกษาศิลปะจากสถาบัน the Académie Julian .. 1918 ความคิดสารตั้งต้นศิลปะอาร์ตบรูต ปรากฏในปี .. 1945 รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากการเดินทางในประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ ศึกษา/สำรวจ และค้นหาความหมายใหม่รูปแบบศิลปะในศตวรรษที่ 20 แตกต่างไปจากการศิลปะกระแสหลักซ้ำซากผ่านการนำเสนอผลงานศิลปะของศิลปินกลุ่มนอกกระแสศิลปะ (Outsider Art) นิทรรศการ ‘LeFoyerdel’ArtBrut’  ในปี .. 1947 คือ ประตูอิสรภาพสู่การอภิปรายสุนทรียศาสตร์ใหม่ในศตวรรษที่ 20 ผลงานศิลปะที่แสดงความจริงของมนุษย์ (การเข้าถึงความจริงของชีวิตในอีกมุมมองหนึ่ง) ความสวยงามที่ปราศจากการเรียนรู้กรอบทักษะหรือกฎเกณฑ์ทางศิลปะตลอดจนสภาวะการถูกละเลย (unloved) เป็นผู้สร้างสรรค์ที่ไม่ยึดโยงเข้ากับสถาบัน (สถานศึกษาหรือพิพิธภัณฑ์)แข็งกร้าวกว่าการนำเสนอศิลปะแนวทางใหม่ หากช่วงต้นปี .. 1940ความคิดของ    ดูบูฟเฟต์แสดงมิติของการขัดขืนลักษณะเชิงอำนาจ (ผู้ตัดสินทางศิลปะ) ของพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรีและสถาบันศิลปะชัดเจน

ดูบูฟเฟต์ค้นหารูปแบบทางศิลปะภายนอกอาณาเขตการให้คำจำกัดความทางศิลปะของพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ตลอดจนภายนอกมุมมองทางศิลปะของสถาบันศิลปะและประวัติศาสตร์...” ดูบูฟเฟต์อภิปรายรูปแบบของผลงานมีลักษณะคล้ายผลไม้ดิบที่สามารถให้วิตามิน สารอาหารและพลังงานพิเศษแก่เรา... โดยเชื่อว่าจะพบสิ่งที่กล่าวมา จากผลงานศิลปะซื่อ ดิบ (Raw Art) และจากผลงานที่ไม่ถูกเจือปนการครอบงำทางวัฒนธรรม

คำปรารภดังกล่าวแสดงให้เห็นคุณค่าของรูปแบบผลงานศิลปะอาร์ตบรูตช่วงบุกเบิก กลุ่มคำกำจัดความที่มักใช้แสดงอัตลักษณ์ศิลปะอาร์ตบรูตศิลปะที่ไม่ได้มีการกำหนดกะเกณฑ์ล่วงหน้าสุนทรียะแห่งความเป็นอื่น (artisticotherness)ศิลปะแห่งความดิบ (rawart)ศิลปะบริสุทธิ์ ไร้ข้อจำกัดทางกฎเกณฑ์ (naïve and primitiveart) ศิลปะผู้ต้องขัง (art of criminals) ศิลปะเด็ก (children's art)ศิลปะพื้นถิ่น (folkart) และศิลปะแห่งความ วิกลจริต (the art of theinsane)

 

นอกกระแสหลัก (outsider art) สุนทรียศาสตร์จากกลุ่มชนเผ่า ผู้ป่วยทางจิตเวช/ผู้พิการ ผู้ต้องขัง และชนกลุ่มน้อยผู้ที่หันหลังให้กับสังคมและการสื่อสารกับสังคมอาศัยการทำงานสร้างสรรค์เพื่อสื่อสารหรือเพื่อแค่ต้องการ ปลดปล่อยความรู้สึกภายในผ่านการสร้างผลงานดูบูฟเฟต์แสดงนิยามกลุ่มบุคคลเหล่านี้ไม่ได้พิจารณาตนเองเช่น ศิลปิน เช่นเดียวกับผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นไม่ได้กำหนดว่าเป็นศิลปะโดยเฉพาะศิลปะจากผู้คุมขังได้ รับคำแนะนำจาก ClaudeLévi-Strauss (นักมานุษยวิทยา) คือการผนวกรวมกลุ่มบุคคลทางสังคม อื่น ที่ถูกละเลยโดยนิยาม ผลงานของกลุ่มผู้ต้องขังในฐานะของคุณค่าทางด้านมืด(Savage value) นอกจากนั้นศิลปะอาร์ตบรูตยังปรากฏนัยยะสำคัญของการสลายความเป็นชนชั้นทางศิลปะ(ชั้นสูงและชั้นต่ำทางศิลปะ

 

Viewing Period

19th July – 3rd November 2019

จัดขึ้นระหว่างวันที่

19 กรกฎาคม – 3 พฤศจิกายน 2562

 

Venue

Main Gallery, 8th Floor

Bangkok Art and Culture Centre (BACC)

939 Rama I Road, Pathumwan, Bangkok, THAILAND

Opening Hours Daily 10:00 am – 9:00 pm (except Mondays)

สถานที่

ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 8

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (หอศิลปกรุงเทพฯ)

939 ถนนพระราม 1 สี่แยกปทุมวันกรุงเทพฯ 10330

เวลาทำการ 10:00 น. – 21:00 น. (ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์)

 

Organized by

- Bangkok Art and Culture Centre, THAILAND

- Agency for Cultural Affairs, Government of Japan

- International Exchange Program Executive Committee for Disabled people’s Culture and Arts, JAPAN

- The Rainbow Room Foundation, THAILAND

 

จัดโดย

- หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (หอศิลปกรุงเทพฯ)

- Agency for Cultural Affairs, Government of Japan

- International Exchange Program Executive Committee for Disabled People’s Culture and Arts ประเทศญี่ปุ่น

- มูลนิธิ เดอะเรนโบว์ รูม ประเทศไทย

 

BACC Project Partners

Ratchasuda College, Mahidol University, THAILAND

Thonburi Remand Prison, THAILAND

ร่วมดำเนินโครงการโดย

วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล

เรือนจำพิเศษธนบุรี

 

Curators

Seina Kimoto

Suebsang Sangwachirapiban

ภัณฑารักษ์

เซนะ คิโมะโตะ

สืบแสง แสงวชิระภิบาล

 

Contact

Bangkok Art and Culture Centre (BACC)
Tel. 02 214 6630 - 8 Fax. 02 214 6639

Email: info@bacc.or.th

www.bacc.or.th

www.facebook.com/baccpage

ติดต่อสอบถาม

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

โทรศัพท์ 02 214 6630 โทรสาร 02 214 6639

อีเมล info@bacc.or.th

www.bacc.or.th

www.facebook.com/baccpage